• November 22, 2021

การให้น้ำ

การให้น้ำ

กติกาว่าด้วย การให้น้ำ ในงานวิ่งมาราธอน
.
ในกฎ กติกา ของการจัดการแข่งขันงานวิ่งของ สหพันธ์ WA มีข้อกำหนด เรื่องจุดให้น้ำ หรือไม่อย่างไร วันนี้มาพูดคุยกันเรื่องนี้ครับ
.
ตอนผมเริ่มวิ่งใหม่ๆ จะค่อนข้างงงกับงานวิ่งในยุคนั้น คือแต่ละงาน มีระยะให้น้ำ ที่ไม่ค่อยเป็นคณิตศาสตร์ที่แน่นอนสักเท่าไหร่ จะทุก 2 km หรือ 3km ก็ไม่ใช่ เพราะบางงาน จากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่งคือแค่ 1km แต่พอไปจุดถัดไป ก็ห่างเกือบ 3 km แล้วจุดถัดไปก็ 2.5km ประมาณนี้ จึงต้องลุ้นเอาว่า จะได้กินน้ำเมื่อไหร่
.
ตอนผมมาจัดงานวิ่งจึงลองคิดดูว่า จะให้น้ำทุกระยะเป๊ะๆ คือ 2km และทำป้ายเตือน 200 เมตร ก่อนถึงจุดให้น้ำด้วย เป็นการให้กำลังใจนักวิ่งว่า กัดฟันอีกนิด ได้ดื่มน้ำเย็นชื่นใจแล้ว
.
หลังจากนั้นก็เริ่มทำงานตามมาตรฐานของ สหพันธ์ WA ก็พบข้อมูลเรื่องจุดให้น้ำ ดังนี้ครับ งานระดับ WA Label จะแบ่งการให้น้ำออกเป็น 2 ส่วน คือน้ำสำหรับกลุ่มอีลิท และสำหรับกลุ่มนักวิ่งทั่วไป โดยกลุ่มอีลิท มีกติกาคือ ให้น้ำทุกระยะไม่เกิน 5km ซึ่งงานส่วนใหญ่ ก็จะยึดตัวเลข 5km ไว้เลย ดูเหมือนไกล แต่นักวิ่งอีลิทวิ่งกันประมาณ 15 นาที ก็คล้ายๆ เราวิ่งเพซ 7 กว่าๆ ดื่มน้ำในทุก 2km
.
กติกากำหนดเพิ่มอีกว่า ทางผู้จัด จะต้องอำนวยความสะดวก ให้นักวิ่งอีลิท สามารถเตรียมเครื่องดื่มเฉพาะของตัวเองไปวางตามจุดต่างๆ ได้ เช่นบางคนซ้อมมาว่าจะต้องดื่มเกลือแร่สูตรไหน ช่วงกี่กม. ทางผู้จัดก็ต้องนำขวดนั้น ไปวางไว้ที่ตำแหน่งกิโลเมตรนั้นให้ถูกต้อง และจะต้องจัดโต๊ะน้ำเฉพาะของอีลิท ให้เห็นเด่นชัด ก่อนโต๊ะน้ำนักกีฬาทั่วไป และต้องนัดแนะกับทางนักกีฬาว่า จะจัดเรียงอย่างไร โต๊ะชายก่อน โต๊ะหญิง เรียงตามเลขบิบ วางกันอย่างไร เพราะนักวิ่งกลุ่มนี้วิ่งกันด้วยความเร็วสูงมาก มีโอกาสรับน้ำพลาดได้ ก็จะเสียจังหวะได้
.
และกติกายังระบุไว้ว่า นักวิ่งอีลิท ไปดื่มน้ำจากโต๊ะของนักวิ่งทั่วไปได้ ไม่ได้ผิดกติกาอะไร ปีแรกที่ผมเชิญนักวิ่งระดับโลกมาร่วมงาน ก็จะเห็นภาพนักวิ่งอีลิทวิ่งโฉบรับน้ำจากโต๊ะนักวิ่งทั่วไป หยิบครั้งหนึ่ง ก็จะมีแก้วหล่นกระจายไปหลายใบ เพราะอย่างที่บอกว่า เค้าวิ่งกันด้วยความเร็วสูงมาก ปีถัดๆ ไป ก็ปรับแก้ด้วยการ วางแก้วให้ห่างๆ กันก่อน พอขบวนนักวิ่งอีลิทผ่านไป ค่อยจัดเรียงแก้วถี่ขึ้น ไว้เสิร์ฟนักวิ่งทั่วไป
.
ในงานบางแสน42 และบางแสน21 จะเตรียมน้ำให้อีลิททุก 4km เพราะจะให้สอดคล้องกับระยะน้ำของนักวิ่งทั่วไป ที่แจกทุก 2km จะได้จัดการได้ง่ายขึ้น ซึ่งนักวิ่งอีลิทก็เห็นด้วยว่า วิ่งในอากาศร้อนชื้นแบบไทย การให้น้ำ ทุก 4km นับเป็นทางเลือกที่ดี
.
สำหรับนักวิ่งทั่วไป ทางสหพันธ์ก็ไม่ได้มีกฎ กติกา เพิ่มเติมอะไร ซึ่งทางผู้จัดก็ไปออกแบบ ดูแล แบ่งระยะได้ตามสะดวก แต่งานใหญ่ๆ ทั้งหลายก็มักจะแจกน้ำ ตามป้ายระยะที่แน่นอน เช่นปารีสมาราธอน จะแจกทุก 5km เหมือนอีลิทเลย ใครไม่คุ้นชินก็ลำบากหน่อย ยิ่งช่วงท้ายๆ เราวิ่งๆ เดินๆ ช้า กว่าจะถึงแต่ละจุดน้ำก็นานมาก ปารีสมาราธอนใช้แนวทางว่า อยากให้มีจุดน้ำให้น้อย เพื่อลดปริมาณขยะ ซึ่งเป็นแนวทางที่ชัดเจน ประกาศให้นักวิ่งทราบก่อนเปิดรับสมัคร ใครจะมางานนี้ก็ต้องซ้อมแบบนี้ หรือก็ฝึกวิ่งแบกเป้ แบกน้ำ
.
ส่วนงานอื่นๆ ทางยุโรป มักจะจัดน้ำไว้ทุก 2.5km ก็คือครึ่งหนึ่งของ 5km จะได้ลงตัวเป็นระยะที่เท่ากัน ทั้งกลุ่มอีลิท และกลุ่มนักวิ่งทั่วไป
.
ส่วนงานวิ่งที่แปลกหน่อยที่ผมทราบมาคือสิงคโปร์มาราธอน ผมเคยได้คุยกับทางทีมงานของสิงคโปร์มาราธอน ก็ทราบมาว่า สิงคโปร์มาราธอน ก็ทราบดีเรื่องการจัดโต๊ะน้ำที่ 5km แต่ก็รู้สึกว่าถ้าแบ่งแบบทางประเทศเมืองหนาวทุก 2.5km นักวิ่งแถบนี้ไม่น่าจะไหว และน่าจะได้รับเสียงบ่นมากมายกลับมา เพราะสิงคโปร์นี่ร้อนชื้นมากกว่าไทยอีก สุดท้ายเค้าเลือกจะแบ่ง ระยะ 5km ออกเป็น 3 จุดย่อย คือให้น้ำทุก 1.67 km 3.33km และ 5km แบบนี้ก็ได้ทางเท่ากัน ที่สั้นหน่อย และตอบโจทย์เรื่อง 5km
.
ผมเคยลองคิดเรื่องจุดน้ำ 1.67km แล้ว ก็มองว่าไม่น่าจะทำตามสักเท่าไหร่ บ้านเรา 2km เป็นระยะที่ตอนนี้หลายคนคุ้นชิน และเราเองก็คุ้นเคยกันดีกับการจัดการแบบนี้ ก็เปลี่ยนที่กลุ่มอีลิทดีกว่า
.
ในทางปฏิบัติ จุดน้ำก็ไม่ต้องเป๊ะสุดๆ ขนาดว่าต้อง 2km พอดี แต่ทีมจัดงานมักจะมองหาจุดที่เหมาะสมที่ใกล้เคียงที่สุด คือไม่ควรเป็นทางลาดลง หรือลาดชันจนเกินไป เบรคยาก อาจเกิดอุบัติเหตุง่าย ช่วงให้น้ำควรหาทำเลที่ถนนกว้างหน่อย จะได้ไม่กีดขวางเส้นทางวิ่ง และควรเป็นจุดที่ปลอดภัยต่ออาสาสมัคร ไม่ได้มีอันตรายรอบข้าง

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาด รีวิวการให้น้ำ น่าอ่านแบบนี้ สามารถติดตามได้ที่ >> thinksmile ขอบคุณที่รับชม .

Leave a Reply

Your email address will not be published.