• October 22, 2021

หุ่นหมา

หุ่นหมา

“หุ่นหมา” รุ่นใหม่ ติดสไนเปอร์ไรเฟิล
แต่มันจะวิ่งไล่ยิงเราไหมนะ?
.
ถ้าใครตามข่าวพวกหุ่นยนต์ ก็คงจะเห็นว่าช่วงหลังๆ มีการผลิต “หุ่นหมา” มามากขึ้นมาก
ไม่ได้มีแต่ของ Boston Dynamics แล้ว แต่บริษัทอื่นๆ ก็ผลิตเช่นกัน
.
ซึ่งถามว่ามีอะไรใหม่ หลักๆ คือ หลังๆ หุ่นหมาพวกนี้ทั่วๆ ไปก็หน้าตาเหมือนเดิม
แต่มันก็เดินขึ้นลงพื้นต่างระดับได้คล่องแคล่วขึ้น รับน้ำหนักได้มากขึ้น หรือพูดง่ายๆ ระบบ AI เพื่อการเคลื่อนไหวของมันทำงานดีขึ้น
.
แต่ถ้าอะไรพวกนี้ไม่ทำให้รู้สึก “ตื่นตา” ล่าสุด ในงานประชุมทหารประจำชาติของอเมริกาแห่งปี 2021 มันมีการ “แสดงสินค้า” ตัวใหม่ ที่น่าจะมีการใช้ในกองทัพอเมริกาในอนาคต
.
และสิ่งที่ว่าก็คือ หุ่นหมาแต่เป็น หุ่นหมาธรรมดา ไม่มีใครสนใจหรอกครับ มันต้องติดเอาสไนเปอร์ไรเฟิลติดไว้บนหลัง
.
ปังทันทีครับ สารพัดสำนักข่าวลงข่าวนี้ ราวกับเร็วๆ นี้จะมีภาวะหุ่นยนต์บุกยึดโลก
.
มันไม่ได้น่ากลัวแบบนั้นครับ
.
ถ้าใครตามเทคโนโลยีพวกนี้ ก็คงจะรู้ว่า หุ่นหมานี่มันถูกทำมาใช้ในทาง “การทหาร” แต่แรกอยู่แล้ว คือด้วยดีไซน์มันชัดอยู่แล้วว่ามันไม่ได้ตั้งใจจะเอาไว้ใช้ภาคธุรกิจ หุ่นใช้ในภาคธุรกิจปกติมันเดินพื้นเรียบๆ ในอาหารสถานที่ที่มนุษย์สร้างขึ้น ดังนั้นมันจะมี “ล้อ” กันเป็นส่วนใหญ่ไม่ต้องมี “ขา” เหมือนหุ่นหมาที่ต้องเดินขึ้นที่ต่ำที่สูงตลอด เนื่องจากมันต้อง “ทำงานกลางแจ้ง” เพราะตอนแรกเลยเขาตั้งใจใช้มันเพื่อช่วยทหารขนสัมภาระ
.
ดังนั้นกองทัพกับหุ่นหมา มันไม่ได้ห่างไกลอะไรกัน ไอ้หุ่นพวกนี้มันสร้างมาให้กองทัพใช้อยู่แล้ว
.
ซึ่งโดยดีไซน์ หุ่นหมารุ่นหลังๆ เขาก็พยายามจะติดอะไรลงบนหลังหุ่นหมาเพื่อให้ทำอะไรได้มากขึ้น ซึ่งก็ติดแขนกลบ้าง อะไรบ้าง แต่พอสิ่งที่มาติดคือ “ปืน” คนก็หวาดผวาทันที จินตนาการไปว่าสักพัก ไอ้หุ่นหมามันต้องวิ่งไล่ยิงคนแน่ๆ
.
อย่างแรกเลยนะครับ ดู “การออกแบบ” เลย ไอ้ปืนที่ติดบนหลังหุ่นหมา มันไม่ใช่ “ปืนกล” เอาไว้กราดยิงรัวๆ แต่เป็นสไนเปอร์ไรเฟิล ที่เน้นระยะหวังผลเป็นกิโลเมตร
.
ดังนั้นด้วยการออกแบบ มันชัดเลยว่ามันเอาไว้ “ซุ่มยิง” ไม่ใช่ “กราดยิง”
.
ซึ่งถามว่าทำไมเป็นแบบนี้ จริงๆ คือเราเลยเล่าแล้วว่าในหลายประเทศ เขาจงใจจะ “ลดขนาดกองทัพ” กันในปี 2030 โดยเป้าคือจะลดจำนวนคนลง แต่จะเพิ่มจำนวนหุ่นยนต์มากขึ้น (เราเล่าแล้วที่ : ) ซึ่งเป้าหมายของการทำแบบนี้ก็เพราะ จริงๆ ในโลกตะวันตก เขาไม่อยากเอา “คน” มารบกันแล้ว เพราะมันเสี่ยงทำให้พลเมืองของชาติต้องเสียชีวิต ดังนั้นในสนามรบ ถ้าเป็นไปได้ เขาจะใช้ “หุ่นยนต์” ลงไปทำงาน “ภาคสนาม” แทนหมด
.
ดังนั้นไอ้หุ่นยนต์ติดสไนเปอร์ไรเฟิลนี้ จริงๆ มันไม่ใช่อะไรซับซ้อนเลย
หน้าที่มันคือใช้แทน “พลแม่นปืน” หรือ “สไนเปอร์” นั่นเองสำหรับกองทัพในยุคต่อไป
.
และก็อย่างตกใจไป ถ้าอ่านข่าว เขาบอกชัดเจนว่า หุ่นยนต์มันไม่ได้มีสิทธิ์ “ลั่นไก”
เองนะครับ คนที่ลั่นไกหรือกระทั่งเล็งคือคนที่ควบคุมปืนจากระยะไกล ดังนั้นเรียกให้ตรงก็คือ มันคือหุ่นยนต์ที่เอาไว้ “แบกปืน” นั่นแหละ
.
ซึ่งตรงนี้ เหล่าเทคโนโลยีควบคุมปืนจากระยะไกลนี่เรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่มาสักพักแล้ว และมันก็ทำงานได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ตามอินเทอร์เน็ตที่เร็วขึ้น (ใช่ครับ นี่เป็นผลพวงส่วนหนึ่งของ 5G ด้วย เพราะเน็ตไม่เร็วพอ การควบคุมระยะไกลแบบละเอียดมากๆ จะทำไม่ได้ ไม่ว่านั่นจะเป็นการคุมการผ่าตัดระยะไกล หรือคุมเล็งปืนจากระยะไกล)
.
และถ้ายังไม่ลืมกัน ล่าสุดนี้เขาเปิดเผยมาแล้วว่าการฆ่านักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์อิหร่านตอนหลายปี 2020 มันเป็นผลจากการใช้ “ปืนสไนเปอร์” ควบคุมระยะไกลแบบที่ว่ามานี้เองของทางอิสราเอล คือมันมีคนคุมปืน แค่ไม่ได้อยู่ตรงปืน อยู่ใกล้จากปืนมาก และควบคุมปืนด้วยจอยสติกจากระยะไกล ทำการเล็งและยิงเหมือนกำลังเล่นเกมอยู่
.
และหุ่นยนต์หมาที่ดู “น่ากลัว” นี่ ในทางปฏิบัติก็คือการมีปืนแบบที่ว่าไปอยู่บนหลังมันเท่านั้นเอง
.
ซึ่งทั้งหมดนี้ เขาไม่ได้ใช้ AI ให้มันคิดเองอะไรเลย ส่วนใหญ่ให้คนคุมได้ล้วนๆ โดยเฉพาะปืน พูดง่ายๆ ก็คือ ถ้าคนไม่ “ลั่นไก” ก็ไม่มีใครตาย
.
ดังนั้น อย่าไปกลัว “หุ่นยนต์” เลยครับ เพราะ ณ ตรงนี้เลย มนุษย์นี่แหละที่น่ากลัวที่สุด

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาด รีวิวเกล็ดความรู้ น่าอ่านแบบนี้ สามารถติดตามได้ที่ >> thinksmile ขอบคุณที่รับชม .

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *